Siam Royal Barge~วอร์มอัพก่อนดูเรือ
posted on 12 Jun 2006 13:35 by invisibledogประวัติ
การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาลมา นอกจากการเสด็จพระราชดำเนินทางบก ที่เรียกว่า "พยุหยาตราสถลมารค" แล้ว การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ คือ พยุหยาตราชลมารค" ก็เป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญยิ่งเช่นกัน ตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัยเป็น ราชธานีของไทยเรา ปรากฏว่าพระร่วงทรงเรือออกไปลอยกระทงหรือพิธีจองเปรียง ณ กลางสระกลางน้ำ พร้อมทั้งเผาเทียนเล่นไฟในยามเพ็ญเดือนสิบสอง ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีซึ่งเป็นเมืองเกาะล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายสาย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงเก่าจึงต้องอาศัยเรือ ในการสัญจรไปมา รวมทั้งในเวลารบทัพจับศึกก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ จึงปรากฏว่ามีการสร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในเวลาบ้านเมืองปราศจากศึกสงครามได้ใช้เรือรบฝึกซ้อมกระบวนยุทธ์กันเป็นนิจ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลากอันเป็นเวลาที่ราษฎรว่างจากการทำนา จึงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือโดยอาศัยฤดูกาลประจวบกับเป็นช่วงของประเพณีการทอดกฐิน พระเจ้าแผนดินจึง เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนเรือรบแห่แหน เพื่อให้ไพรพลได้รื่นเริงในการกุศล จึงจัดเป็นประเพณีที่แห่เสด็จกฐิน
นอกจากนั้นกระบวนพยุหยาตราชลมารคในอดีต ยังได้จัดในคราวที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆ ทั้งส่วนพระองค์และที่เป็นพระราชพิธีตลอดจนโอกาสสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท การอัญเชิญ พระพุทธรูปที่สำคัญจากหัวเมืองเข้าประดิษฐานในเมืองหลวง การต้อนรับทูตต่างประเทศ เป็นต้น

เรือพระที่นั่ง

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งโปรดให้สร้างแทนลำเดิมมีนามว่า ศรีสุพรรณหงส์ ซึ่งสร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 โขนเรือเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก พื้นเรือสีดำน้ำหนัก 15.6 ตัน กว้าง 3.15 เมตร ยาว 44.70 เมตร ลึก 0.90 เมตร กินน้ำลึก 0.41 เมตร ฝีพาย 50 นาย นายท้าย 2 นาย นายเรือ 2 นาย พายที่ใช้เป็นพายทอง พลพายจะพายในท่านกบิน และถือเป็นธรรมเนียมว่าถ้าจะเปลี่ยนท่าพายธรรมดาจะต้องรับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ลำปัจจุบันเป็นเรือที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แทนลำเดิมซึ่งสร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โขนเรือปิดทองประดับกระจก เป็นรูปพญานาค 7 เศียร พื้นเรือ สีเขียว น้ำหนัก 15.36 ตัน กว้าง 2.95 เมตร ยาว 42.95 เมตร ลึก 0.76 เมตร กินน้ำลึก 0.31 เมตร ฝีพาย 54 นาย นายท้าย 2 นาย

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หัวเรือจำหลักปิดทองเป็นรูปพญานาคเล็กๆ จำนวนมาก พื้นเรือสีชมพู น้ำหนัก 7.7 ตัน กว้าง 3.15 เมตร ยาว 45.40 เมตร ลึก 1.11 เมตร กินน้ำลึก 1.46 เมตร ฝีพาย 61 นาย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งจัดสร้างขึ้นใหม่ ในรัชกาลปัจจุบัน มีโขนเรือเป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณ ซึ่งนำต้นแบบมาจากเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ลำเดิมที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และ รัชกาลที่ 4
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 นี้ กองทัพเรือ ร่วมกับ กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง ได้ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน วโรกาสพระราชพิธีในปีกาญจนาภิเษก มีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรอง ทอดบัลลังก์กัญญา เทียบเท่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พื้นเรือสีแดงชาด น้ำหนัก 20 ตัน กว้าง 3.20 เมตร ยาว 44.30 เมตร ลึก 1.10 เมตร ฝีพายจำนวน 50 นาย นายท้าย 2 นาย (เพื่อให้สอดคล้องกับ วโรกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
เรือพระราชพิธี
เรือครุฑเหินเห็จ
เรือครุฑเตร็จไตรจักร
เรือครุฑเหินเห็จและเรือครุฑเตร็จไตรจักร
เรือสองลำนี้มีหัวเรือเป็นรูปพญาครุฑยุดนาค จัดเป็นเรือกระบวนเขียนสีลงรักปิดทอง สร้างในรัชกาลที่ ๑ เรือทั้งสองลำนี้มีความยาวประมาณ ๒๗ เมตร กว้าง ๑.๙๐ เมตร ใช้ฝีพาย ๓๔ คน
เรือกระบี่ราญรอนราพณ์
เรือกระบี่ปราบเมืองมาร
เรือกระบี่ราญรอนราพณ์และเรือกระบี่ปราบเมืองมาร
เรือสองลำนี้มีหัวเรือเป็นรูปพญาวานร หรือขุนกระบี่ เรือกระบี่ราญรอญราพณ์เป็นขุนกระบี่สีดำ ส่วนเรือกระบี่ปราบเมืองมาร เป็นขุนกระบี่สีขาว จัดเป้นกระบวนปิดทองสร้างในรัชกาลที่ ๑ มีความยาวประมาณ ๒๖.๘๐ เมตร กว้าง ๒.๑๐ เมตร ใช้ฝีพาย ๓๖ คน
เรืออสุรวายุภักษ์
เรืออสุรปักษี
เรืออสุรวายุภักษ์และเรืออสุรปักษี
เรือสองลำนี้เป็นเรือกระบวนปิดทอง สร้างในรัชกาลที่ ๑ มีรูปหัวเรือเป็นรูปนกหน้ายักษ์ เรืออสุรวายุภักษ์จะเป็นตัวที่ใส่เสื้อสีม่วง มือและเท้าเป้็นสีคราม ส่วนอสุรปักษี จะใส่เสื้อข้างหน้า สีม่วง ข้างหลังสีเขียว มือและเท้าเป็นสีเขียว มีความยาวประมาณ ๓๐ เมตร กว้าง ๒ เมตร ใช้ฝีพาย ๔๐ คน
เรือพาลีรั้งทวีป
เรือพาลีรั้งทวีปและเรือสุครีพครองเมือง
เรือสองลำนี้หัวเรือเป็นรูปพญาวานรหรือขุนกระบี่ เรือพาลีรั้งทวีปเป็นขุนกระบี่สีเขียว ส่วนเรือสุครีพครองเมืองเป็นขุนกระบี่สีแดง จัดเป็นเรือกระบวนปิดทองสร้างในรัชกาลที่ ๑ เรือทั้งสองลำมีความยาวประมาณ ๒๗.๔๕ เมตร กว้าง ๑.๙๕ เมตร ใช้ฝีพาย ๓๔ คน
เรือเอกไชยเหินหาว
เรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง
เรือสองลำนี้เป็นเรือคู่ชัก ใช้นำหน้าหรืชักลากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ในกรณีที่ฝีพายไม่เพียงพอ เรือทั้งสองเป็นเ้รือกระบวน ลงรักปิดทอง วาดลายเป็นรูปเหราหรือจระเข้สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ เรือทั้งสองลำนี้มีความยาว ๒๗.๕๐ เมตร กว้าง ๑.๙๙ เมตร ใช้ฝีพาย ๓๘ คน
เรือเสือทะยานชล
เรือเสือทะยานชลและเรือคำรณสินธุ์
เรือเสือทะยานชลและเรือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาตสร้างมาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ ลำเรือภายนอกทาสีเหลืองลายเสือ ไม่ลงรักปิดทอง ภายในท้องเรือทาสีแดง ยาว ๒๒.๒๗ เมตร กว้าง ๑.๗๔ เมตร ลึก ๐.๕๗ เมตร กำลัง ๒.๔๕ เมตร ฝีพาย ๒๖ คน นายท้าย ๑ คน นายเรือ ๒ คน นั่งคฤห์กัญญา ๓ คน พลสัญญาณ ๑ คน มีปืนบรรจุปากกระบอก ๑ กระบอก

ลักษณะเป็นเรือขุดธรรมดาและปิดทองทึบทั้งลำ รวม ๒ ลำ
เรืออีเหลือง
เรือแตงโม
เรืออีเหลืองและเรือแตงโม
ไม่พบหลักฐานที่สร้าง
- พ.ศ.2524 ซ่อมใหญ่ เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ผุซึ่งชำรุดบางส่วน ลงรักปิดทอง ทาสีตัวเรือใหม่และอื่น ๆ เพื่อให้ทันใช้ในงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2525 เริ่มซ่อมทำตั้งแต่ 4 กันยายน พ.ศ.2524 จนถึงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2525 โดยมี บริษัท สหายสันต์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาซ่อมทำ
เรือทองขวานฟ้า
เรือทองบ้าบิ่น
เรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น
ลำเดิมไม่พบหลักฐานที่สร้าง และเรือลำนี้ได้ถูกระเบิดได้รับความเสียหายในสงครามโลก ครั้งที่ 2 พ.ศ.2487 ต่อมากรมศิลปากรได้ตัดหัวเรือและท้ายเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี 2491
- พ.ศ.2507 ได้สร้างตัวเรือขึ้นใหม่ โดยใช้หัวเรือเดิม และได้แกะสลักลวดลายคาดหัว - ท้ายเรือ ปิดทองประดับกระจก ใช้เวลาประมาณ 120 วัน และทำเครื่องตกแต่งเรือใหม่
- พ.ศ.2524 ซ่อมใหญ่ เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ผุซึ่งชำรุดบางส่วน ลงรักปิดทอง ทาสีตัวเรือใหม่และอื่น ๆ เพื่อให้ทันใช้ในงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2525 เริ่มซ่อมทำตั้งแต่ 4 กันยายน พ.ศ.2524 จนถึงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2525 โดยมี บริษัท สหายสันต์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาซ่อมทำ

เรือดั้ง ลักษณะหัวท้ายงอนขึ้น เป็นเรือขุดธรรมดาทาน้ำมัน เรือกราบ ลักษณะหัวเรือเชิดขึ้นเหนือแนวน้ำ เป็นเรือขุดธรรมดา ทาน้ำมัน
รูปกระบวนเรือ
http://i3.photobucket.com/albums/y80/invisibledog/phangIII.jpg(ใหญ่อ่ะ)
ทำไมมีสาระแบบนี้วะเนี่ย=_=
Source : ข้อมูลทั้งหมดลอกมาจาก www.navy.mi.th
กาพย์เห่เรือหาอ่านในหนังสือเรียนเอานะ เอิ๊กๆ
เรือสุครีพครองเมือง
เรือเอกไชยหลาวทอง
เรือคำรณสินธุ์
สรุปว่ามาจากเรือรบสินะ ว่าแต่ เรื่อในขบวนมันเอาไปรบได้จริงๆเหรอ?
กลัวว่าเวลายกพวกตีกันแล้วมันจะพัง
ปล.สาระเยอะจริงๆอ่านไปอ่านมาฝืนขึ้นเลย 555+
#1 By NoWingS on 2006-06-12 14:09